Culture of Leisure – Balance of Life

Culture of Leisure – Balance of Life

 

20728137 931742160298060 8544760519067816358 n

 

 

     ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง Culture of Leisure – Balance of Life จัดโดยความร่วมมือของสถาบันไทยศึกษาและคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 8 - 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เพื่อฉลองวาระครบ 100 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานในการเปิดงานและร่วมฟังการสัมมนาในช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

19990020 914256228713320 5363065470158192717 n

 

 

      “Leisure” เป็นคำในภาษาอังกฤษ ได้รับรากศัพท์มาจากภาษาละติน “licere” ซึ่งมีความหมายว่าการอนุญาตหรือความเป็นอิสระ ในภาษาฝรั่งเศสใช้คำว่า “Loisir” ซึ่งมีความหมายว่า เวลาว่าง ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่า “License” หรือ “liberty” ซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับความมีอิสระ หรือการเลือก

“การพักผ่อนหย่อนใจ” เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและความชอบ

ของคนในท้องถิ่นนั้นๆ จึงเกิดกิจกรรมการพักผ่อนที่แตกต่างกันขึ้นในแต่ละท้องที่

 

การสัมมนาเริ่มต้นด้วยหัวข้อ Balance of Life in Traditional Thai Life and Society โดย ดร.พิศิษฐ์ เจริญวงศ์

 

20729525 931742163631393 4019970314625418081 n

                                                                                 

       กล่าวถึงความสมดุลของชีวิตของคนในสังคมไทย ซึ่งมาจากกิจกรรมการพักผ่อนควบคู่กับการทำงาน โดยได้กล่าวถึงการพักผ่อนของคนไทยสมัยอดีต ตั้งแต่ประเทศไทยยังเป็นประเทศสยาม ว่าการพักผ่อนหย่อนใจของคนสยามเป็นกิจกรรมที่ปรากฎให้เห็นตั้งแต่โบราณกาล การดำเนินชีวิตของคนไทยได้รับอิทธิพลมาจากพุทธศาสนา คนไทยให้ความสำคัญกับการมุ่งส่งเสริมการทำบุญสั่งสมบารมี ก่อให้เกิดธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ เช่นการไปทำบุญที่วัด ถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุ การสร้างพระพุทธรูปและการประกอบพิธีกรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ผู้คนในสังคมมีการละเล่นและทำกิจกรรมในยามว่างในลักษณะต่างๆเพื่อความสนุกสนานเช่นกัน โดยเป็นกิจกรรมง่ายๆ เช่น การแสวงหาความบันเทิงจากงานมหรสพในโอกาสสำคัญตามงานประเพณีในวาระต่างๆ และการแต่งกลอน เป็นต้น

 

        ปัจจุบันการพักผ่อนหย่อนใจสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกิจกรรมการเรียนรู้ โดยในการสัมมนาครั้งนี้ได้มีการแบ่งการพักผ่อนหย่อนใจออกเป็นด้านการศึกษาและด้านการท่องเที่ยว

 

 

การพักผ่อนหย่อนใจกับการศึกษา (Leisure and Education)

 

        ปัจจุบันการพักผ่อนหย่อนใจมักจะมาควบคู่กับการศึกษา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการศึกษาในห้องเรียน แต่อาจเกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมนอกห้องเรียนควบคู่ไปกับการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ดังตัวอย่างการสัมมนาครั้งนี้ในหัวข้อ

 

 

Leisure-time Physical Activity and Sedentary Behavior in Schoolchildren โดย Stephen Heung-Sang Wong

 

      ได้กล่าวถึPhysical Activity (PA) คือการเคลื่อนไหวหรือการทํางานของรางกายโดยใชกลามเนื้อโครงสรางและทําใหมีการใชพลังงานของรางกายมากกวาในขณะพัก ซึ่งการเคลื่อนไหวร่างกายนี้จะส่งผลดีต่อคนในวัยเด็ก โดยปกติเด็กควรเคลื่อนไหวร่างกายติดต่อกันอย่างน้อย 60 นาทีโดยการเล่น การเต้น การเดิน เกมส์ กีฬา เป็นต้น แต่เมื่อเด็กเติบโตขึ้นการเคลื่อนไหวร่างกายจะลดลงถึง 7% และเด็กจะมีพฤติกรรมการเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) เช่น การนอนนิ่ง ดูโทรทัศน์ การนั่งเรียนนานๆในคาบเรียน มากขึ้น จึงมีการหาวิธีการในการให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายพร้อมการเรียนรู้สิ่งต่างควบคู่ระหว่างเวลาเรียนและเวลาพักผ่อนหย่อนใจ                               

20729607 931742643631345 4954235433696361264 n physical-activity-improves-school-performance-01 360x240

การพักผ่อนหย่อนใจกับการท่องเที่ยว (Leisure and Travel)

      ปัจจุบันกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่นิยมของชนทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวชมสถานที่แปลกใหม่ต่างๆ การรับประทานอาหารใหม่ๆ การพักผ่อนและเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นอื่นดังตัวอย่างในการสัมมนาครั้งนี้ในหัวข้อ 

 

 

Angkor: A Revisit  โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์

 

       ได้กล่าวถึงประวัติโดยย่อว่า “นครวัด” หรืออังกอร์วัด เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานที่เรียกรวมกันว่า “เมืองพระนคร” โดยมี “นครธม” โดดเด่นเคียงคู่ ตั้งอยู่ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา นครวัดสร้างในรัชสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้ครองอาณาจักรขอม ซึ่งขณะนั้นพราหมณ์ฮินดูไวษณพนิกาย นับถือพระวิษณุ เป็นมหาเทพ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ได้ทรงสร้างปราสาทนครวัดเป็นเทวาลัยบูชา และให้เป็นที่เก็บพระศพของพระองค์ และได้กล่าวถึงขั้นตอนในการเตรียมตัว การตรวจสอบเส้นทาง อันดับสถานที่ที่ควรไปชมก่อน-หลังเมื่อไปท่องเที่ยวที่นครวัดแห่งนี้

20707915 931742583631351 1453549822503439855 n 1ILVPBVSENPZV34201421140

 

Understanding the Trend of Food Tourism in Korea โดย Ja Young (Jacey) Choe

 

       ได้กล่าวถึงความนิยมในการท่องเที่ยวเพื่อการรับประทานอาหารโดยเฉพาะในเกาหลี ซึ่ง ณ ตอนนี้เป็นการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม โดยกรมการท่องเที่ยวของเกาหลีได้รวบรวมข้อมูลสาเหตุการมาท่องเที่ยวเกาหลีว่าอันดับแรกๆคือ การมารับประทานอาหารเกาหลี เนื่องจากอาหารเกาหลีมีความโดดเด่นเฉพาะตัว ไม่เพียงแต่รสชาติที่อร่อย แต่สามารถเป็นยารักษาโรคได้ และประเทศเกาหลียังเป็นสถานที่เกษตรกรรมและมีประวัติด้านการทำอาหารที่ยาวนาน โดยในปัจจุบันได้มีพ่อครัว แม่ครัววัยรุ่นยุคใหม่มีรายการทำอาหารเป็นของตัวเองออกเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ สร้างกระแสและความสนใจให้กับผู้คนหันมาสนใจอาหารเกาหลีมากขึ้นอีกด้วย 

 

20664095 931742580298018 9026927970096232146 n o-KOREAN-FOOD-facebook

 

      จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง Culture of Leisure – Balance of Life ในครั้งนี้ข้าพเจ้าได้รับความรู้เรื่องวัฒนธรรมการพักผ่อนในบริบทต่างๆ จึงขอสรุปและวิเคราะห์เนื้อหาดังนี้ 

      ในสมัยอดีตประเทศไทยมีกิจกรรมที่ทำในยามพักผ่อนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการทำกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น วันสงกรานต์และวันสำคัญทางพุทธศาสนา ดังนั้นกิจกรรมที่ทำจึงเน้นไปในด้านการทำบุญและกิจกรรมต่างๆทางศาสนา ในระยะเวลาต่อมา ประเทศไทยเริ่มรับวัฒนธรรมการพักผ่อนจากชาติยุโรปเข้ามา ทำให้มีกิจกรรมการพักผ่อนมากขึ้น อาทิเช่น การถ่ายรูป การขี่ม้า การชมการแสดงต่างๆ และการท่องเที่ยว เป็นต้น จนในสมัยปัจจุบันชนชาวไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพักผ่อนมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการทำกิจกรรมพักผ่อนต่างๆในวันหยุดสำคัญ และการที่รัฐบาลได้ออกนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศที่มากขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มทางเลือกในการพักผ่อนหย่อนใจ ส่งผลให้ประชากรในประเทศมีสุขภาวะที่ดี และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอีกด้วย 

      กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนหย่อนใจกำลังเป็นที่นิยมในหลายประเทศ ทั้งการท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ต่างๆ หรือการท่องเที่ยวเพื่อการรับประทานอาหาร (Food tourism) โดยในหลายประเทศได้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ โดยในปัจจุบันเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำได้มีบทบาทอย่างยิ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ระบบการนำทาง(GPS) การระบุพิกัดสถานที่ การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว การชำระค่าบริการต่างๆที่ง่ายดาย เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้คนที่รักการท่องเที่ยวเชิงพักผ่อนหย่อนใจทั้งในและนอกประเทศ รวมทั้งในปัจจุบันสื่อต่างๆมีความทันสมัยและสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วหรือ ณ เวลานั้นๆได้ เช่น การLive หรือStreamภาพสด ดังจะเห็นได้จากหัวข้อการสัมมนาในเรื่อง Understanding the Trend of Food Tourism in Korea ได้มีกลุ่มวัยรุ่นมากมายบันทึกวิดีโอการทำอาหารเกาหลีลงบนเว็ปไซต์ต่างๆ เช่น Youtube ออกเผยแพร่ทั่วโลก เป็นการแนะนำวัฒนธรรมการกินของชาติตนให้ชาวต่างชาติรู้จักและอยากเข้ามาท่องเที่ยวเพื่อการรับประทานอาหาร 

      ในอนาคตจะมีการพักผ่อนหย่อนใจในรูปแบบใหม่ๆเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เทคโนโลยีและบริบททางสังคมอย่างไร ต้องคอยติดตามกันต่อไปค่ะ

 

     ท้ายที่สุดผู้เขียนขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากวิทยากรทุกท่านในงานประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง Culture of Leisure – Balance of Life ซึ่งจัดโดยความร่วมมือของสถาบันไทยศึกษาและคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหากผู้ใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมสัมมนาในครั้งนี้สามารถเข้ามาติดต่อขอยืมเอกสารได้ที่ ศูนย์เอกสารแห่งประเทศไทย ชั้น 6 สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในครั้งหน้าจะมีเรื่องราวอะไรมาแบ่งปันกัน ต้องรอติดตามชมนะคะ

 

 

 

Photo credit:

 

ไทยศึกษา. Retrieved fromhttp://www.thaistudies.chula.ac.th/

A Practical Guide to Angkor Wat, Angkor Thom and Around. Retrieved from http://www.thaigoodview.com/node/181971?page=0,1

Physical activity improves school performance. Retrieved from https://www.allianz.com.au/life-insurance/news/physical-activity-improves-school-performance

Sampling Korean Food. Retrieved fromhttp://www.huffingtonpost.co.uk/ashwin-bhardwaj/sampling-korean-food_b_4683082.html

 

 

 

You are here: Home News Culture of Leisure – Balance of Life