ความสำเร็จไม่มีข้อยกเว้น: ดร.สุรินทร์ ในความทรงจำ

ความสำเร็จไม่มีข้อยกเว้น: ดร.สุรินทร์ ในความทรงจำ

 

“ชีวิตผมไม่ใช่ข้อยกเว้น เพียงแต่เราต้องปรับโครงสร้างทางสังคมต่างๆ เพื่อเปิดทางให้คนส่วนใหญ่เข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียมและที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องให้โอกาสตัวเองได้หวัง ได้ฝัน และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆไปได้ ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง

 

     เป็นคำกล่าวของดร.สุรินทร์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในทางความคิดและความกล้าที่จะฝึกปรือและลงมือทำในสิ่งที่ตนเองใฝ่ฝันและตั้งใจ ตั้งแต่การได้เข้าศึกษาในสถานศึกษาที่ตนและคนทั้งโลกใฝ่ฝัน การทุ่มเทแรงกายแรงใจจนได้รับทุนการศึกษาที่ยากยิ่งที่คนทั่วไปจะได้รับจนท่านจบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาเอก จึงกล่าวว่าชีวิตท่านไม่ใช่ข้อยกเว้นจริงๆ ท่านมีความเชื่อมั่นที่จะพาตัวเองไปให้ถึงความฝันและความหวังนั้นให้ได้ด้วยความพยายามของตัวท่านเอง

 

 

 

      ความสำเร็จไม่มีข้อยกเว้น: ดร.สุรินทร์ ในความทรงจำ เป็นงานเสวนาที่จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน จัดโดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 ณ ห้องบรรยาย LT2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 

 

 

      โดยมี ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตรและท่านชวน หลีกภัย มาเป็นประธานกล่าวเปิดงานและบรรยายปาฐกถาพิเศษ โดยมีใจความหลักที่น่าสนใจ ทำให้เห็นแนวคิดและภาพรวมในการทำงานของดร.สุรินทร์ว่ามีจุดเด่นที่น่าสนใจที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการทำงานคือ การทำอะไรเป็น ซึ่งทำให้ท่านมีความโดดเด่นต่างจากผู้อื่น ยกตัวอย่างย้อนกลับไปตอนท่านดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการพรรคประชาธิปัตย์ ท่านได้ทำหน้าที่พิมพ์ดีดและร่างคำปราศรัยด้วยตนเอง ทำให้การทำงานรวดเร็วและไม่ซ้ำซ้อน แสดงให้เห็นว่าท่านสามารถทำได้ทั้งงานพื้นฐานและงานที่ต้องอาศัยความชำนาญ รวมทั้งกรณีที่ประเทศไทยตัดสินใจส่งทหารไปช่วยสนับสนุนกองกำลังสหประชาชาติ ท่านก็เป็นผู้ประสานงานกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และเจรจากับญี่ปุ่นเรื่องการขอยืมเงินในการส่งทหารไปช่วยรบ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทต่อสายตาชาวโลกมากขึ้น

 

 

  

      ในช่วงต่อมาเป็นการเสวนาพิเศษกับผู้ทรงคุณวุฒิ 4 ท่านได้แก่ ศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์, ท่านทูตสุวัฒน์ จิราพันธ์, คุณกวี จงกิจถาวร และคุณอนีสสา นาคเสวี  โดยมีศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์เป็นผู้ดำเนินรายการ

     เริ่มต้นการเสวนาโดยคุณอนีสสา นาคเสวี  ซึ่งเป็นหญิงสาวชาวมุสลิมรับราชการอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศ โดยเธอกล่าวถึงความประทับใจในตัวดร.สุรินทร์ ซึ่งเปรียบเสมือนบุคคลตัวอย่างที่เป็นแรงบันดาลใจในการก้าวเข้ามาทำงานในสายนี้งาน ด้วยพื้นฐานทางสังคมและสิ่งต่างๆที่ใกล้เคียงกันจึงทำให้รู้สึกรักและผูกพันธ์กับท่านทั้งที่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว และหวังว่าดร.สุรินทร์จะเป็นบุคคลตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ทุกคนมีแรงและพลังในการทำงานต่อไป

     ผู้เสวนาต่อมาคือคุณกวี จงกิจถาวร ผู้สื่อข่าวอิสระ คุณกวีออกตัวว่าเป็นนักข่าวที่เขียนข่าวดร.สุรินทร์มากที่สุดในประเทศคนหนึ่ง กล่าวว่าดร.สุรินทร์เป็นบุคคลมหัศจรรย์ท่านมีความสามารถหลากหลายทั้งด้านวิชาการ ท่านได้เขียนบทความและข่าวสารทางอาเซียนมากมาย ด้านความสัมพันธ์และการทูต ท่านได้แก้ไขปัญหาและเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำอาเซียนได้อย่างละเอียดอ่อน ท่านจึงเป็นบุคคลมหัศจรรย์ที่คนในประเทศควรยึดเอาเป็นตัวอย่าง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วต่อไป

    ท่านทูตสุวัฒน์ จิราพันธ์ เล่าว่าในสมัยอดีตได้มีโอกาสเรียนกับดร.สุรินทร์วิชาการเมืองโลก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รู้สึกดีใจและประทับใจ และได้เล่าเรื่องราวของดร.สุรินทร์สมัยที่ท่านอยู่สหรัฐอเมริกาว่าได้มีโอกาสเข้าเป็นผู้ช่วยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเดโมแครตจากนิวยอร์ค ท่านได้ทำหน้าที่มากมาย ได้ติดตามให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศต่อภูมิภาคเอเชีย ช่วยเขียนสุนทรพจน์ในการแถลงกล่าวคำปราศรัยในโอกาสต่างๆ ทำให้รัฐสภาของสหรัฐได้ประจักษ์ถึงความสามารถของคนไทยและเป็นพื้นฐานให้ท่านรู้จักกับนักการเมืองสหรัฐมากมาย

       ผู้เสวนาท่านสุดท้ายคือศ.ดร.สมบัติ จันทรวงศ์ อดีตอาจารย์คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง อดีตรุ่นพี่ร่วมคณะ ได้กล่าวถึงประเด็นจุดเปลี่ยนที่ดร.สุรินทร์ผันตัวจากนักวิชาการมาเป็นนักการเมือง และมิตรภาพของทั้งสองในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ได้กล่าวถึงสมัยที่เจอดร.สุรินทร์ครั้งแรก ในปี 2513 ตอนได้รับทุน Frank Bell Appleby ทำให้ทราบถึงอุปนิสัย และจุดมุ่งหมายของดร.สุรินทร์และยังมีการนำภาพสมัยท่านเรียนที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนมาให้ผู้ฟังสัมมนาและครอบครัวของดร.สุรินทร์ได้รับชมอีกด้วย

     สุดท้ายเป็นการกล่าวคำรำลึกจากทายาทครอบครัวพิศสุวรรณ โดยฟิกรี่ พิศสุวรรณ บุตรชายคนโตของดร.สุรินทร์

 

 

 

 

        จากการเข้าร่วมการเสวนาเรื่อง ความสำเร็จไม่มีข้อยกเว้น: ดร.สุรินทร์ ในความทรงจำ ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้ข้อคิดและวิธีคิดมากมายจากดร.สุรินทร์ในการเป็นบุรุษแห่งการแบ่งปันและมีความเผื่อแผ่ จึงขอสรุปและวิเคราห์เนื้อหาอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ดังนี้

“ทุกครั้งที่ขอพรจากพระเจ้า จะขอให้เป็น Instrument of Mercy คือขอให้ตัวเองได้เป็นเครื่องมือของความเมตตาจากพระเจ้าที่ส่งผ่านจากเราไปให้ผู้อื่น เพราะฉะนั้น จะระลึกอยู่เสมอว่าหน้าที่ของตัวเองคือการได้ช่วยเหลือคนอื่น สิ่งนี้คือคุณค่าในชีวิตผม”

       ดร.สุรินทร์เกิดในครอบครัวมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม ท่านมีความรักและเคารพในพระเจ้า ทุกครั้งที่ขอพรจากพระเจ้าท่านจะขอให้ตนเองเป็น Instrument of Mercy ในการที่ให้ตนได้เป็นเครื่องมือส่งผ่านความเมตตาจากพระเจ้ามาถึงผู้คนในสังคม ในประเทศ และในโลก ท่านจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงานและเลือกงานที่สามารถช่วยชาติบ้านเมืองได้ง่ายและรวดเร็ว รวมทั้งท่านยังถ่ายทอดนานาคำสอนที่ตนยึดมั่นให้แก่ลูกทั้งสามเสมอ นั่นคือการมีใจรับใช้สังคมและจิตอาสา จึงกล่าวได้ว่าชั่วชีวิตที่ผ่านมาของดร.สุรินทร์ ท่านได้เป็น Instrument of Mercy ของพระเจ้าอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

You are here: Home News ความสำเร็จไม่มีข้อยกเว้น: ดร.สุรินทร์ ในความทรงจำ